ภาพความหลังที่ลบเลือนไปแล้ว
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ว่างงานเช่นเคย ใช้ความพยายามมากที่จะทำให้มันผ่านไปโดยไม่เบื่อไปเสียก่อน หลายคนคงจะคิด"เอ๊ะ ว่างงานแล้วไม่ดียังไง" คุณคิดผิดเสียแล้ว ถ้าว่างงานบ้างเดือนละวันสองวันมันก็คงจะดี แต่ถ้าคุณว่างงานมาเป็นอาทิตย์ติดต่อกัน แล้วต้องอยู่ที่โต๊ะทำงาน เพลงก็ฟังไม่ได้ สิ่งที่จะให้ความบันเทิงก็เหลือเพียงแต่ เล่นเว็ป กับ แช็ทกับเพื่อน(ซึ่งมันก็ไม่ได้ว่างมาแช็ทกับเราทั้งวันหรอก) จนเพื่อนคุณไม่ว่างมาแช็ทกับคุณ และคุณก็เล่นเว็ปจนไม่รู้จะเล่นอะไร และไม่มีงานให้คุณทำ คุณจะรู้ว่าการนั่งว่างงานอยู่กับโต๊ะมันน่าเบื่อเพียงใด
_____________________
พอเลิกงานปุ๊ป พี่ที่ทำงานแกก็ชวนไปกินหมูกะทะทันที ด้วยความที่กะลังเบื่ออย่างได้ที่จากการนั่งว่างงาน เลยตอบไปทันทีว่า "ไป" เป็นคำตอบที่ออกจากมือ พิมพ์ใส่ MSN โดยไม่ผ่านการประมวลผลจากสมองเลย ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าเรากำลังจะงดอาหารเย็นเพื่อลดน้ำหนักก็สายไปเสียแล้ว ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ "ไป"คือ"ไป" เมื่อ"ไป"แล้วก็ต้อง"กิน"
การเดินทางในวันนี้ เนื่องด้วยพี่เนตรเอารถใหม่ "เจ้าปลาทองสีน้ำเงิน"ของแกมาด้วย จึงได้รับความสนใจจากหลายคนที่นี่อยากลองของใหม่ โดยไม่มีใครคิดเลยว่าพี่เนตรแกขับรถเก่งขนาดไหน (มือใหม่ว่างั้นเถอะ)
เมื่อไปถึงที่กว่าจะให้พี่แกจอดเข้าซองได้ ทำเอาเด็กพนักงานในร้านและเราลุ้นว่า ระหว่างฮอนด้าแจ๊สกับหีบเหล็กใส่ของ(ที่พวกร้านอาหารใส่ของแช่แข็ง) อะไรมันจะแข็งกว่ากัน ในที่สุดพี่เนตรของเราก้สามารถจอดไม่ให้ชนกับหีบเหล็กได้ หลังจากที่ถอยตั้งลำไป 2 รอบ และสภาพหลังจอดที่ตัวรถทำมุม30องศากับเลนจอดรถ
_____________________
หลังจากที่นั่งลงมือตักอาหารเตรียมลงกะทะมาจนเต็มโต๊ะ กะทะก็ยังไม่มา จนกินพวกข้าวผัดกระเทียม สปาเก็ตตี้ เปาะเปี๊ยะที่ตักมาเรียบไปหมดแล้ว คือจะบอกว่าเริ่มอิ่มแล้วอ่ะ กะทะก็ยังไม่มา จึงถามพนักงานจึงรู้ว่า ถ่านหมด ให้มันได้งี้ดิ - - และด้วยความปรารถนาดีจากพี่จุ๊บ แกจึงแนะนำให้พนักงานเอาพี่กิ๊กไปเผาเป็นถ่านใช้ไปพลางๆก่อน
กว่ากะทะจะมา พวกพ้องที่ชวนไว้จากทั่วสารทิศก็มากันครบแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางจากที่แสนไกล หรือคนที่ไปฟิตเนสเต้นหลังเลิกงาน เวรกำ ตูมาตั้งแต่หลังเลิกงาน กว่าจะได้กิน
_____________________
กลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม แบบว่าจะเล่นเกมก็เวลาน้อยไปเล่นไม่ทันมันส์ เลยเอามือถือมาโทรคุยกะชาวบ้าน จนเงินในมือถือหมด มันก็เพิ่ง 5 ทุ่มเอง ทำไรดีวะ เลยไปคุ้ยพวกหนังสือรุ่นมาหาเบอร์เพื่อนเก่าๆ แต่สิ่งที่ทำให้อึ้ง คือ รูปตัวเอง เมื่อก่อนสมัยเรียน ไอ้เราก็ว่าเราอ้วนแล้วนะ แต่ทำไมตอนนี้มาดูมันผอมจัง ปัจจุบันนี่อ้วนบึกเลย นี่ถ้าผอมเท่าสมัยเรียนได้ คราวนี้คงจะพอใจแล้วหละ ว่าแล้วก็เลยนึกครึ้มเปิดดูหนังสือรุ่น ดูเพื่อนเก่าๆ ดูข้อความที่เขียนต่างๆนานาในหนังสือรุ่น เพื่อนบางคนที่ปัจจุบันก็กลายเป็นนางเอกระดับท๊อปไปแล้ว ทั้งๆที่เมื่อก่อนมันยังคุยๆขอลอกข้อสอบเราอยู่เลย
หนังสือรุ่น
มันมีความหมายแบบนี้นี่เอง เมื่อวันเวลาผ่านไป ย้อนกลับมาอ่าน ภาพเหล่านั้นเหมือนย้อนกลับมาฉายให้เราดู ให้เราคิดถึง ไม่ว่าเพื่อนคนนั้นจะเป็นเพื่อนที่สนิทมาก สนิทน้อย หรือว่าจะเป็นเพื่อนที่ไม่ชอบหน้า เราก็จะเห็นว่ามันเป็นความหลังที่มีความหมายขึ้นมา
ไม่รู้นะว่าอีก 5 ปี 10 ปี ผ่านไป มันจะมีความรู้สึกยังไง อยากรู้จัง ^^ |