เพิ่งได้ดู "ก็เคยสัญญา"
คงไม่เก่าไปมั๊งที่จะบอกว่าเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง "ก็เคยสัญญา" เนื้อหาสบายๆ ตลกๆ และแอบแฝงความรักไว้นิดๆ
ดูหนังจนจบทำให้นึกถึงว่า จริงๆแล้วการที่คนรักกัน สาบานรักกันทุกชาติไป นี่มันควรหรือเปล่า เพราะก็อย่างที่ในหนังว่า คนเราแต่ละชาติภพก็มีการเกิดของตนเอง มันไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องเป็นคู่กันทุกชาติภพ การสาบานมันทำให้ฝืนลิขิต
ดูหนังจบแล้วก็ขำ นึกถึงเมื่อราวๆปีก่อนก็มีเพื่อนเอาบทสวดขอล้างคำสัญญาที่ได้สัญญาไว้ในชาติก่อนๆมาโพส ไอ้เราก็อุตส่าห์ท่องตามหวังว่าจะได้มีแฟนกะเขาสักที จนบัดนี้ยังไม่มีเลย ฮะ ฮะ สงสัยจะสาบานไว้เยอะเกินกว่าจะล้างคำสาบานได้
คิดๆดูแล้วคนเราถ้ามันจะไม่มีแฟนมันก็เพราะตัวเองน่ะแหละ ไม่ได้เกี่ยวกับคำสัญญาอะไรหรอก ถ้าไม่รู้จักจีบ จีบไม่ดู จีบไม่เป็น ไม่รู้จักคำว่ารัก ต่อให้เป็นเนื้อคู่ที่สัญญากันมาแต่ปางก่อนเขาก็ไม่สน
คนปัจจุบันเด๋วนี้ ถ้ากล้ายอมรับความจริงว่า เงิน อำนาจ รูปร่างหน้าตา เป็นปัจจัยในการเลือกคนแฟน คิดว่าทุกคนคงต้องยอมรับว่าปัจจัยเหล่านี้มันมีผลจริงๆ เพราะ ถ้าบอกว่าไม่จริงชอบแฟนเพราะเขาเป็นเขา ถามว่า ถ้าเกิดเขามีเหตุให้ไม่หล่อไม่สวย ไม่รวยเหมือนตอนทีคบกันตอนแรก ยังจะเลือกเขาไหม ถ้ามีคนใหม่ที่หล่อ(สวย)กว่า รวยกว่า ที่มาบอกขอเป็นแฟน และเขารักคุณ ทั้งๆที่คนเก่าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด จะเลือกคนใหม่ไหม
คนเราต่อให้รักกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นคู่กัน เพราะสังคมที่เปลี่ยนไป ค่านิยมที่เปลี่ยนไป ต่อให้มีคนบอกรักใครสักคนมากที่สุด สุดท้ายก็ต้องเลือกอีกคนที่ดูดีกว่าในสังคม
ที่เขียนไปเขียนมา จริงๆอยากจะเตือนตัวเองว่า การที่ผมตั้งมั่นจะรักใครจริงๆสักคนมันอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องก็ได้ เพราะผมเองก็ยังอยู่ในสังคมที่ต้องยอมรับว่าถ้ามีสิ่งที่ดีกว่าผมก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่า และคนที่ผมเลือกเขาก็มีทางเลือกอื่นเหมือนกัน ผมเองไม่ได้หล่อ ไม่ได้รวย ไม่ได้มีอำนาจบารมีใดๆ อย่าไปหวังอะไรมากนัก
ผมอยากได้ผู้หญิงที่ดูสวย น่ารัก เป็นแฟน แต่ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ต้องอยากได้ผู้ชายที่หล่อ รวย เป็นแฟน และไอ้ผู้ชายที่หล่อ รวย ก็ต้องอยากได้ผู้หญิงที่สวย น่ารักกว่าที่ให้เลือก เป็นแฟน วัฐจักรมันก็วนเวียนไปเรื่อยๆ จนพบความลงตัวของมันเอง ดังนั้น ณ ตอนนี้ ผมว่าผมไม่ต้องขวนขวางหาใครสักคนหรอก เมื่อมันจะถึงเวลา มันก็จะมาเอง ในสิ่งที่มันควรจะเป็น
แม้ใจจริงยังอยากจะหวังสูง แต่เมื่อยิ่งเห็นความเป็นจริงมันก็ได้แต่หวังต่อไป |